ทัชมาฮาล
Trips,  เที่ยวต่างประเทศ

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่

เรารู้จักทัชมาฮาลมาตั้งแต่เด็กๆ ในฐานะของ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก จากตำราและคำสอนของคุณครู ที่นี่เป็นอนุสรณ์สถานที่เชื่อว่าเกิดจากพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล ที่มีความรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ เจ้าชายขุร์รัม ชึ่งต่อมาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ จาฮาน (Shah Jahan) กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โมกุล(Mughal Empire India) ที่ปกครองอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 16-19

ตามตำนานเล่าว่า พระองค์ได้พบรักกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนาง และบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่าพระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับบุตรีของรัฐมนตรี พิธีเสกสมรสถูกจัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี เมื่อพ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลย พระองค์ทรงเรียกพระนางว่า มุมตัซ มาฮาล แปลว่า “อัญมณีแห่งราชวัง”

มุมตัช มาฮาล(Mumtaz Mahal) ติดตามพระจักรพรรดิชาห์ จาฮาน ไปทุกหนทุกแห่ง ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปี แม้กระทั่งไปออกรบ พระนางทรงช่วยงานราชการ คอยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ ทำให้กษัตริย์ชาห์ จาฮาน ทรงประทับใจและรักพระมเหสีเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากพระนางมุมตัช มาฮาล ได้ให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 (ค.ศ.1631) พระนางตกเลือดมาก อยู่ได้เพียงไม่นานก็สิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของพระเจ้าชาห์ จาฮาน ซึ่งการสิ้นพระชนม์นี้ทำให้ สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ จาฮาน เกิดความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก พระองค์เสียพระทัยจนปล่อยให้ผมที่ดำกลายเป็นสีขาวทั้งศีรษะ ในปีเดียวกันนี้เองพระองค์ทรงสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของพระองค์กับพระมเหสี โดยทรงเลือกทำเลที่ดีที่สุดเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์แห่งรักนี้บริเวณริมโค้งแม่น้ำยมุนา พระองค์ทรงวางแผนเขียนแปลนก่อสร้างด้วยพระองค์เอง โดยใช้แรงงานคนเพื่อสร้างมากกว่า 20,000 คน  กินเวลาก่อสร้างและตกแต่งนานถึง 22 ปี ว่ากันว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นจำนวนเงินมหาศาล

ทัชมาฮาล

แผนการเดินทางมาอินเดียในครั้งนี้เราเริ่มต้นทริปที่ชัยปุระ ต่อด้วยมันดาวา และเดินทางต่อมาที่อักคราเพื่อสัมผัสกับความงามใหญ่อลังการของที่นี่ เราเข้าพักที่โรงแรม Hotel Taj Resorts ที่อยู่ใกล้กับทัชมาฮาล 1 คืน

พรุ่งนี้เราตั้งใจกันว่าจะออกจากโรงแรมตั้งแต่ตี 5 เผื่อเวลาเดินเวลาซื้อตั๋วไว้เรียบร้อย จากโรงแรม  Hotel Taj Resorts เดินมาทัชมาฮาลฝั่งประตู East เพียง 800 เมตร ออกจากโรงแรมเลี้ยวขวาแล้วเดินตรงอย่างเดียวง่ายมากๆ ประตูที่เข้าออกทัชมาฮาลมีหลายประตูนะคะมีประตูฝั่งตะวันตก ตะวันออก และทางทิศใต้ แต่เราว่าประตูตรง East มันดูไม่เปลี่ยว และสะดวกด้วยค่ะ

และแล้วก็ได้เวลายลความงดงามของอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เราเดินไปถึงหน้าประตูทางเข้าทัชมาฮาลเป็นสองคนแรกเจอคุณลุงมาทราบชื่อตอนหลังว่าชื่อลุงดอนๆถามเราว่า Ticket? เราก็ตอบว่า yes เท่านั้น และยืนรอจนประตูเปิดปรากฏว่าแจ๊คพอตเจ้าหน้าที่มาถามหาตั๋ว(บัตรเข้า) อ้าว!อิบอายแล้วตั๋วอะไรหล่ะที่มาต่อคิวเนี่ยไม่ได้มาต่อคิวซื้อตั๋วหรอกหรือ 555 ไม่ใช่สิจ๊ะเราต้องไปซื้อตั๋วอีกที่หนึ่งก่อนซึ่งอยู่ใกล้ๆกับประตูทางเข้านี่แหล่ะแล้วค่อยมาต่อคิวเข้าด้านใน โอ้ว!!แม่เจ้าที่เรายืนรอมาตั้งนานแถมจะได้เข้าก่อนใครทุกอย่างจบ รีบวิ่งไปซื้อตั๋วอย่างเร็ว และคิวซื้อตั๋วก็ช่างวุ่นวายเสียเหลือเกิน (สถานที่ซื้อตั๋วถ้าหันหน้าเข้าประตูทางเข้าทัชมาฮาล ประตู East จะอยู่เยื้องๆไปทางหลัง ใกล้ๆกันเลยค่ะ)

จากรูปด้านล่างคือสถานที่ขายตั๋วหรือบัตรเข้าชม แต่ประตูนี้เป็นประตูทางออก แต่ตอนนั้นเรารีบมากไม่ทันมองว่าเป็นทางออกก็วิ่งเข้าไปเลยค่ะมารู้ทีหลังว่าเป็นทางออก พอตอนออกไปออกทางประตูเข้าซะอย่างนั้น 555 ตอนนั้นฟ้ามันยังสลัวๆและรีบด้วย

Taj Mahal

จากภาพด้านล่างคือประตูทางเข้าเพื่อไปยังที่จำหน่ายตั๋วต้องเข้าด้านนี้นะคะทัชมาฮาล

Taj Mahal

เข้ามาก็จะมีแถวสำหรับผู้หญิง ผู้ชาย เวลาซื้อตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวของอินเดียไม่ต้องรีบนะคะลองมองดูป้ายต่างๆ เพราะบางทีมีรายละเอียดที่เราต้องอ่านให้ดี อย่างหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจของการซื้อตั๋วที่อินเดียคือแถวคิวมักจะแยกหญิงชาย บางทีเราก็ลืม และทำให้เราหน้าแตกได้ เรื่องมันก็มีอยู่ว่าเราไปเข้าคิวซื้อตั๋วเข้าสถานที่แห่งหนึ่งปรากฏว่ามีชายอินเดียคนหนึ่งมาแซงคิว อิฉันก็เปรี้ยวสิคะต่อว่าเขาว่าเขาแซงคิว ชายอินเดียคนนั้นก็น่ารักผายมือประมาณว่าได้สิเชิญคุณก่อนได้เลย ทันใดนั้นเพื่อนเขาอีกคนก็ชี้ไปที่แถวที่มีแต่ผู้หญิงยืนประมาณบอกเป็นนัยๆว่า “เจ๊ไปตรงโน้นนี่มันแถวผู้ชาย” กร๊ากอิฉันนี้อยากจะเอาหน้าแทรกไปในแผ่นดิน หนีไปให้ไกลแสนไกล (จากภาพด้านล่างเป็นภาพที่ถ่ายหลังจากที่ออกมาจากทัชมาฮาลแล้วคนก็จะเบาบางลง)Taj Mahal

แค่เริ่มซื้อตัวก็วุ่นวายแล้วใช่ไหม555 จริงๆก่อนไปก็อ่านข้อมูลแล้วนะคะ และไปอ่านคนที่เกิดเหตุการณ์เดียวกับเราด้วยคือไปยืนรอด้านหน้าประตูแล้วไม่มีตั๋วต้องวิ่งกลับมาซื้อตั๋วใหม่ และแล้วเราก็ทำตามเขาทุกอย่างสิน่าTaj Mahal

ถ่ายป้ายมาให้ดูรายละเอียดกันค่ะTaj Mahal

Taj Mahal

Taj Mahal

ราคาค่าตั๋วนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนอินเดียราคาจะต่างกันแต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิกของกลุ่มบิมสเตก (BIMSTEC) หรือมีชื่อเต็มๆว่ากลุ่มความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล เพื่อความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ(Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation)

กลุ่มนี้มีขึ้นมาเพื่อส่งเสริมโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความช่วยเหลือระหว่างประเทศสมาชิก ในรูปของการฝึกอบรม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย และการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้ประโยชน์จากภาคกสิกรรมและอุตสาหกรรม การขยายการค้าและการลงทุน ตลอดจนปรับปรุงการสื่อสารและการคมนาคม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับองค์การระหว่างประเทศ

เมื่อเราเป็นสมาชิกของกลุ่ม BIMSTEC สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งในอินเดียเราจะได้ราคาพิเศษ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสถานที่แห่งไหนเราจะได้สิทธิ์ BIMSTEC ก็ให้ดูที่ป้ายตรงเค้าเตอร์จำหน่ายตั๋วได้เลยค่ะ เขาจะมีเขียนบอกไว้ วิธีการแสดงตนว่าเราเป็นสมาชิก BIMSTEC ก็แค่ยื่นพาสปอตเท่านั้นเอง

สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยเราจะเสียค่าเข้าทัชมาฮาลเพียง 540 รูปี ตอนซื้อตั๋วเราก็ยื่นพาสปอต พร้อมกับพูดว่า Thai Passport คนจำหน่ายตั๋วก็ยิ้มและพูดว่า โอ้ว!!ไทยพาสปอต 555 ตอนเรายืนซื้อตั๋วคนมากกว่าภาพตามด้านล่างนะคะ ภาพที่เราถ่ายเป็นภาพถ่ายตอนที่เราเข้าชมทัชมาฮาลเสร็จแล้วๆกลับเข้ามาถ่าย ถ้าใครมาเช้ามากๆเช่นตีห้ากว่าคิวจะยาวและคนจะหนาแน่นมาก คิวก็จะรอนานเราว่าเจ้าหน้าที่ก็ช้าด้วยนะ เหมือนค่อยๆทำละเลียดๆอย่างไรก็ไม่รู้ ระหว่างที่เรารอคิวอยู่นั้น คุณลุงดอนก็เดินมาหาเหมือนเป็นห่วงว่าแกจะรอดไหม 555 รู้สึกดีใจที่มีคนเป็นห่วง
ค่าเข้าทัชมาฮาล

หลังจากซื้อตั๋วเสร็จให้เดินมาทางเค้าเตอร์ตรงซ้ายมือเพื่อมารับถุงคลุมรองเท้า และน้ำดื่มฟรี 1 ขวด

เมื่อจัดการเรื่องตั๋วเสร็จเราก็รีบวิ่งมาประตูทางเข้าทัชมาฮาลเลยค่ะ (ประตู East) ซึ่งตอนนั้นคิวเพิ่งถูกปล่อยเข้าไปไม่นาน(ภาพนี้ถ่ายตอนหลังค่ะ) เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูรีบให้เราลัดคิวแล้วเข้าไปเลย ทัชมาฮาล

(ประตูทางเข้าฝั่ง East ซึ่งเป็นทางที่เดินตรงมาจากโรงแรม Hotel Taj Resorts)

Taj Mahal East Gate

Taj Mahal East Gate

หน้าตาของตั๋วเข้าทัชมาฮาลค่ะ

Taj Mahal

ตั๋วเข้าทัชมาฮาลเก็บไว้ดีๆนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวเราจะไปเที่ยว Agrafort ต่อซึ่งตอนซื้อตั๋ว Agrafort แล้วโชว์ตั๋วเข้าทัชมาฮาลเราก็จะได้ราคาลดอีกด้วยค่ะ ที่ตั๋วจะบอกวันที่เราเข้า และบอกเวลาเริ่มต้นถึงเวลาสิ้นสุดด้วยนะคะ แต่เราอยู่เกินเวลาก็ไม่เห็นมีใครมาตรวจตั๋วนะ อันนี้จริงๆเป็นอย่างไรเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ

ค่าเข้าทัชมาฮาล

ตั๋วพร้อมแล้วก็ลุยกันเลยค่ะ ทัชมาฮาล(Taj Mahal)  นับได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ทัชมาฮาลเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สวยงาม และนับเป็นผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาด การได้มาเห็นสักครั้งในชีวิตนับเป็นกำไรจริงๆนะ การเตรียมตัวไปทัชมาฮาลแนะนำให้ไปแต่เช้าจะได้ไม่ร้อน แต่จริงๆทัชมาฮาลก็เที่ยวได้ทั้งวันเช้าสายบ่ายเย็น เอาเป็นว่าสะดวกช่วงไหนก็จัดไปช่วงนั้น และไม่ควรพกสิ่งของเข้าไปเยอะๆ เพราะที่นี่จะมีการ x-ray กระเป๋า และตรวจกระเป๋าเข้มมาก ขาตั้งกล้องห้ามนำเข้า หมากฝรั่ง ขนมต่างๆห้ามนำเข้า เราไม่ได้เอาเข้าไปเลย แต่ของในกระเป๋าเราเยอะมากแล้วเขาก็รื้อทุกอย่างซึ่งเสียเวลามากๆ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเข้าไปดูความสวยงามสุดอลังของทัชมาฮาลกันค่ะ

ประตูขนาดใหญ่สร้างด้วยหินทรายสีแดงมีชื่อว่า ชอว์กกีจิโลกานา (Chowki-Jilo Khana) เมื่อเดินพ้นประตูนี้มาเราก็จะพบกับทัชมาฮาลTaj Mahal

ทัชมาฮาล

หลังจากผ่าน x-ray ปุ๊บลุงดอนก็มาประกบเลยจ้า ‘ลุงดอน’  ผู้มีหน้าที่เปิดปิดประตูเข้าทัชมาฮาลมากว่า 40 ปี ลุงดอนเป็นชายสูงวัยร่างเล็ก สวมเสื้อเชิตสีขาวๆติดกระดุมครบทุกเม็ดยันคอเหมือนเด็กแนวบ้านเรา ยัดปลายเสื้อไว้ในกางเกงทรงกระบอกสีเทาเพิ่มความสุภาพด้วยเข็มขัดสีดำ   แม้อายุของลุงจะมากถึง 72 ปี แต่แกกระฉับกระเฉงและเดินเร็วมากๆ แกพาเรารีบเดินไปตามจุดต่างๆของทัชมาฮาลโดยไม่ได้ร้องขอ พร้อมยึดแทปเลทของเราไปกดภาพตามมุมต่างๆที่แกคิดว่าสวยของแก ตอนแรกตั้งใจจะมายึดกล้องของฉันแต่ไม่สิฉันไม่ให้อยากถ่ายก็ถือแทปเลทไปแล้วกัน

ลุงดอนสั่งให้เรายืนตรงนั้น นั่งตรงนี้ ทำท่าอย่างโน้น ทำท่าอย่างนี้ ยกเท้าขวา วางเท้าซ้าย มือไม้ต้องจัดอย่างโน้นอย่างนี้ ให้ใส่แว่น ให้ถอดแว่น โอ้ย!!…เดี๋ยวๆๆๆอะไรของลุง เราไม่อวดรูปของเราที่คุณลุงถ่ายให้นะคะ แต่ขออวดรูปเบื้องหลังของคุณลุงดีกว่า 555

ทัชมาฮาล

ดูท่าและความพยายามของลุงทัชมาฮาล

ระหว่างที่คุณลุงพาเราถ่ายรูปตามจุดต่างๆ คุณลุงก็เช็ครูปที่ตัวเองถ่ายพร้อมอวดเราเป็นระยะๆ

ทัชมาฮาล

การที่คุณลุงพาเราเดินไปตรงโน้นตรงนี้มันก็มีข้อดี แต่มันก็ไม่ดีตรงที่ทุกอย่างมันเร็วเพราะแกอยากให้เราถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้นในจุดที่แกคิดว่ามันสวยมากๆ ทำให้เราไม่ได้ละเลียด และที่สำคัญเราไม่ได้ถ่ายรูปทัชมาฮาลในมุมมหาชนมาเลยแม้แต่รูปเดียว มุมมหาชนคือมุมตรงที่มีทางทอดยาวสองข้างทางเป็นต้นไม้ทางทอดยาวนี้มุ่งไปหาทัชมาฮาล คือตอนนั้นก็กะว่าเดี๋ยวพอคุณลุงปล่อยตัวแล้วเราจะกลับมาถ่าย ที่ไหนได้ลืมไปเลย ขออวดรูปเท่าที่มีแล้วกันค่ะอยากกลับไปแก้ตัวใหม่ที่ทัชมาฮาลอีกสักครั้ง

สำหรับใครที่เบื่อความวุ่นวายด้านหน้าแนะนำว่าให้เดินอ้อมมาทางด้านหลังเพื่อชมความงามของด้านหลังก่อนคือให้พยายามทำสวนทางกับคนอื่นๆ ซึ่งทางด้านหลังของทัชมาฮาลคนจะน้อยมากๆ เพราะคนเมื่อไปถึงใหม่ๆจะไปกองกันอยู่ที่บริเวณด้านหน้าเต็มไปหมดทัชมาฮาล

เราก็เดินตามลุงไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ชมวิวริมแม่น้ำยมุนา (Yamuna River)ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

อาคารอีกหลังที่สร้างด้วยหินทรายแดง

ทัชมาฮาล

Taj Mahal

Taj Mahal

Taj Mahal

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

 

ทัชมาฮาล

Taj Mahal

Taj Mahal

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล

ใช้ถุงคลุมรองเท้าเสร็จก็เก็บทิ้งทัชมาฮาล

สำหรับด้านในของทัชมาฮาลที่เป็นที่ตั้งแท่นวางหีบพระศพจำลองของสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ จาฮาน (Shah Jahan) และพระนางมุมตัช มาฮาล ซึ่งไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ก็มีคนแอบถ่ายแบบเปิดแฟลชวูบวาบทีเดียวเชียว 555 พอแสงแฟลชวาบทีเจ้าหน้าที่ก็ตะโกนเสียงดังน่ากลัวแบบขำๆ สำหรับหีบพระศพของจริงนั้นว่ากันว่าฝังอยู่ด้านล่างซึ่งไม่อนุญาตให้ลงไปดู

หลังจากลุงดอนพาเดินถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจของคุณลุงแล้ว ก็ต้องถึงคราวต้องตอบแทนคุณลุง คือสถานการณ์มันบอกให้รู้ว่าต้องทิปนะ ถ้ามาอินเดียคำที่เรามักได้ยินเกี่ยวกับเรื่องการขอทิปคือ as you like เรากับเพื่อนให้ไปรวม 300 รูปี เพื่อนบ่นไปหลายวันว่าเยอะไป 555 เออ!! จริงแฮะ จากนั้นเราก็เดินถ่ายรูปอีกสักพักแล้วก็กลับ ตอนกลับมาออกอีกประตูเป็นประตู west ตอนนั้นคิดว่ามันคงออกได้เหมือนกันและไม่ไกลจากประตู EAST ความจริงมันก็ออกได้นั่นแหล่ะ แต่ว่ามันไกลกว่ากัน และทางไม่ค่อยน่าเดิน มันดูอารมณ์แบบทางตรอกๆ มีร้านค้าเยอะแต่ยังไม่เปิด มีเกสเฮาส์ มันดูน่ากลัวกว่า พลุกพล่านแบบน่ากลัว เราเดินออกทางประตู WEST แล้วตัดสินใจเดินต่อมายังทางเข้าประตู EAST อีกครั้งเพื่อถ่ายภาพตรงด้านหน้าและเคาเตอร์ขายตั๋ว ทางเดินประตูฝั่ง EAST พอสายๆร้านค้าเริ่มเปิดขาย

ทัชมาฮาล ประตู EAST

ทัชมาฮาล ประตู EAST

ทัชมาฮาล ประตู EAST

ขากลับถ้าใครไม่อยากเดินสามารถนั่งรถแบบนี้ได้แต่ไม่มีที่ว่างให้เราเลย เห็นว่าฟรีอย่างไรลองเช็คข้อมูลดูนะคะ

ทัชมาฮาล

สำหรับคนที่อยากจะพักโรงแรมใกล้ๆทัชมาฮาลนอกจากโรงแรมที่เราพัก Hotel Taj Resorts ก็ยังมีโรงแรมที่ใกล้กว่าอีกใกล้มากๆๆๆๆๆ เลยถ่ายรูปหน้าโรงแรมมาให้เผื่อสนใจนะคะ

ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาลจากนั้นก็เดินกลับไปทานข้าวเช้าที่โรงแรม และช้อปปิ้งของที่ระลึกเป็นทัชมาฮาลทำจากหินอ่อนจากแกลอรี่ในโรงแรมนั่นเอง

ทัชมาฮาล

ของที่ระลึกชิ้นนี้ทำจากหินอ่อน คุณลุงหนวดสาธิตให้ดูว่าถ้าเป็นหินอ่อนแท้เวลานำไปขูดกับอะไรมันจะไม่ทิ้งคราบรอยขาวๆไว้ พร้อมปิดไฟในห้องแล้วใช้หลอดไฟเล็กๆส่องไปในทัชมาฮาลก็จะสวยอย่างที่เห็น เราซื้อมา 1 ชิ้น ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ราคาต่อรองแล้วได้มาที่ 1,000 รูปี คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 500 บ. แพงหรือเปล่าก็ไม่รู้ๆแต่ว่ามันก็สวยดีนะ คุณลุงขอเหรียญที่ระลึกจากเมืองไทย เราให้เหรียญ 10 บ. ไปหนึ่งเหรียญ คนอินเดียชอบขอเหรียญที่เป็นของประเทศเราไว้เก็บ แนะนำว่ามันก็ดีนะเป็นการเชื่อมสัมพันธ์เป็นน้ำใจเล็กๆ ถ้าใครไปอินเดียอย่าลืมพกเหรียญบาท 5 หรือ 10 ติดๆ ไปบ้าง บางครั้งเขามักพูดว่าเราลดราคาให้คุณก็ได้คุณมีของที่ระลึกจากประเทศคุณไว้ให้เราบ้างไหม ก็ควักเหรียญออกมาให้เลยค่ะทัชมาฮาล

ทัชมาฮาลเปิดทุกวันยกเว้นวันศุกร์

สิ่ ง ที่ เ ป็ น ไ ป ไ ด้ มั น จ ะ ม า ใ น ช่ ว ง เ ว ล า ที่ เ ห ม า ะ ส ม

ออกเดินทาง

– ไ ป ต า ม น้ำ –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *