kamikochi
Trip

Kamikochi | หนึ่งวันในคามิโคจิ

Kamikochi (上高地 คามิโคจิ) สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ที่นี่นับเป็นจุดหมายปลายทางต้นๆของการเดินทางในทริปนี้ของเราเลย ที่บอกว่าเป็นจุดหมายปลายทางต้นๆก็เพราะว่าในแต่ละปีคามิโคจิจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้เป็นเฉพาะช่วงเวลา คือ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน – 15 พฤศจิกายน เท่านั้น

สำหรับทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย จากดอนเมือง โดยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.45 น. ไปถึงสนามบินนาริตะ วันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ดังนั้นเราจึงแพลนคามิโคจิไว้ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ก่อนที่คามิโคจิจะปิดไม่ให้เข้า จริงๆแล้วหลังวันที่ 15 พฤศจิกายน ถ้าจะเข้าไปเที่ยวจริงๆก็ไปได้นะ แต่ต้องเดินเท้าอย่างเดียวและต้องติดต่อทำเรื่องขออนุญาตก่อนโดยจะต้องมีผู้นำทางเข้าไปด้วย

รู้จักกับคามิโคจิ (Get to know Kamikochi)

คามิโคจิ(Kamikochi) อยู่ในจังหวัดนากาโน่(Nagano) เป็นส่วนหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ Chūbu-Sangaku National Park ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่จะได้เห็นความงดงามของ Mt.Yakedake และแนวเทือกเขา Hotaka

คามิโคจิมีอะไรให้เที่ยว

คามิโคจิ(Kamikochi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทั้งภูเขา แม่น้ำ และมีเส้นทางที่จะให้นักท่องเที่ยวอย่างเราเดินป่าแบบง่ายๆ และไม่อันตราย จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อเราไปถึงจึงเห็นนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวญี่ปุ่นก็ไปเที่ยวที่นี่ด้วย

การเดินทางไปคามิโคจิ (How to get to Kamikochi)

การเดินทางไป คามิโคจิ(Kamikochi) สามารถเดินทางไปได้จากทั้งโตเกียว โอซาก้า(Osaka), เกียวโต(Kyoto), นาโกย่า(Nagoya), มัตสึโมโต้(Matsumoto), นากาโน่(Nagano) และ ทาคายาม่า(Takayama) เอาจริงๆนะก็จะมาจากไหนก็ไปได้นั่นแหละ 555 แต่จะใช้เวลามากน้อยแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง

การเดินทางจากมัตสึโมโต้ไปคามิโคจิ

สำหรับเราออกเดินทางจากมัตสึโมโต้เพราะเราพักที่เมืองนี้อยู่แล้ว และยังเลือกโรงแรมที่อยู่ติดกับสถานีรถบัสที่จะขึ้นอีกด้วย เรียกว่าติดขนาดเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว ก่อนเดินทางหนึ่งวันจึงได้เข้าไปสำรวจสถานีรถบัส พร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องจองตั๋วล่วงหน้าก่อนหรือไม่ เพราะตั้งใจว่าจะไปเที่ยวแรกสุด แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องจองคือไม่รับจองล่วงหน้านั่นเองให้มาซื้อในวันที่จะเดินทางเลย

จากมัตสึโมโต้ไป คามิโคจิ(Kamikochi) ถ้าเป็นขนส่งสาธารณะก็มี 2 ทางเลือก คือ นั่งรถบัสยาวไปเลยต่อเดียวถึง รถเที่ยวแรกออก 05.30 น. หรือนั่งรถไฟ แล้วไปต่อรถบัสอีกที โดยต้องไปต่อรถบัสที่สถานี Shin-Shimashima รถไฟเที่ยวแรกเวลา 06.30 น. คลิกดูตารางเวลารถไปคามิโคจิ ที่นี่

เราเลือกนั่งรถบัสยาวไปเลย รถเที่ยวแรกออกเวลา 05.30 น. สำหรับปลายทางที่จะลงนั้นก็แล้วแต่ว่าจะเลือกไปลงที่จุดไหน ขึ้นอยู่กับการวางแผนของแต่ละคนเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเลือกลงรถกัน 2 จุด ด้วยกันคือ

จุดแรกเลือกลงที่ K-28 Taisho Pond แล้วเดินขึ้นไปยังจุดไฮไลท์ตรงสะพาน Kappabashi (Kappa Bridge) ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร

จุดที่สองเลือกไปลงใกล้ๆสะพาน Kappabashi (Kappa Bridge) ตรงจุดนั้นคือ K-30 Kamikochi Bus Terminal แล้วเดินย้อนกลับมาตรง Taisho Pond แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคนที่เลือกไปลงที่ K-30 Kamikochi Bus Terminal อาจไม่จำเป็นต้องเดินมาที่ Taisho Pond ก็ได้ถ้าไม่ได้อยากเดินละเลียดบรรยากาศ เพราะตรง K-30 เป็นจุดที่อยู่ใกล้สะพาน Kappabashi (Kappa Bridge) เพียงแค่เอื้อม และยังเป็นจุดที่เราจะต้องนั่งรถกลับด้วย

สำหรับเราเลือกลงที่ K-28 Taisho Pond เพราะเอาเข้าจริงในความรู้สึกของเราระหว่างทางมันสวย และเพลินมากๆ ถ้าไม่เดินเสียดายแย่

แนะนำสำหรับคนที่เดินทางแต่เช้า ก่อนวันเดินทางก็ให้เตรียมขนมของกินน้ำดื่มติดใส่กระเป๋าไว้เลยเพื่อไว้กินบนรถ บางคนอาจสงสัยว่าการนั่งรถบัสยาวไปเลย แทนที่จะนั่งรถไฟไปต่อรถบัสทำให้ใช้เวลานานกว่าหรือไม่ อันที่จริงก็คิดว่าไม่นะ และข้อดีคือเราไม่ต้องขึ้นๆลงๆให้เหนื่อย ยิ่งออกเดินทางแต่เช้ายิ่งชิวๆแนะนำเลยค่ะ เอาล่ะพร้อมแล้วออกไปชมความงามของคามิโคจิกันเลย

taisho pond bus stop
ลงที่ป้ายนี้เลยค่ะสำหรับคนที่อยากจะดื่มด่ำธรรมชาติเยอะๆ
taisho pond bus stop
หลังจากลงรถแล้วให้เดินลงไปทางซ้าย
taisho pond bus stop
จากภาพนี้ให้เดินลงไปทางซ้าย
taisho pond bus stop
จากป้ายรถบัสเดินลงมาก็จะเจอกับป้ายนี้
ลงมาก็จะเจอกับบรรยากาศแบบนี้เลย มีช่างภาพมายืนถ่ายรูปกันมากมาย
map kamikochi
มีป้ายแสดงเส้นทางเดิน

เราเริ่มค่อยๆละเลียดเดินจากจุดแรกไปเรื่อยๆ แนะนำว่าถ้ามาเช้าๆแบบนี้ให้เตรียมใส่เสื้อกันหนาวมาด้วยเพราะมันหนาว ยิ่งเดินเข้าไปลึกยิ่งหนาว ทั้งๆที่บางช่วงก็มีแสงแดดส่องแต่ก็ยังหนาวเย็นอยู่

บรรยากาศดีสุดๆ
มาเช้าๆ พอเดินลึกเข้าไปเจอคนน้อยมากๆ แต่ก็มีให้เห็นพออุ่นใจว่าเราไม่หลงนะ

ระหว่างทางเดินเข้าไปคนจะทยอยหายไปเรื่อยๆ อาจเพราะเรามาเช้า และคนส่วนใหญ่อาจมุ่งไปลงรถที่ป้ายสุดท้ายก่อนก็เป็นได้ แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะคะเพราะระหว่างทางจะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ

Kamikochi high mountain valley located in the Hida Mountains.Azusa River beautiful landscape National Parks in Nagano Japan

แนะนำว่าให้เตรียมของกินน้ำดื่มเข้ามาด้วย เพราะบางช่วงของการเดินป่าที่นี่มีจุดที่น่านั่งพักผ่อนหย่อนใจ กินอะไรอร่อยๆเคล้าบรรยากาศ

ตั้งใจจะมาให้ทันใบไม้เปลี่ยนสี แต่มันกลายเป็นหนาวๆไปเสียแล้ว
คือบรรยากาศมันดีงามมากๆ
ระหว่างทางมีโรงแรมด้วย
สวยไหมล่ะ
อารมณ์มันก็จะออกเหงาๆกันหน่อยนะ
ความสวยงามก็จะเห็นได้ตลอดเส้นทาง
ระหว่างทางเจอน้องลิงเดินโชว์ก้นน่ารักๆ
มีป้ายเตือนให้ระวังหมี แต่เราไม่เจอนะ
อากาศเย็นแค่ไหน ดูสิน้ำที่พื้นกลายเป็นน้ำแข็งแบบนี้เลย
ไม่ใช่เศษแก้วแตกนะ แต่เป็นน้ำแข็งนั่นเอง
น้ำแข็งเกาะตามใบไม้
Kamikochi high mountain valley located in the Hida Mountains.Azusa River beautiful landscape National Parks in Nagano Japan
จุดไฮไลท์ของคามิโคจิก็คงเป็นสะพานคัมปาบาชิ นี่กระมัง
Kappa Bridge or Kappabashi over the Azusa River
เดินมาอีกฝั่งของสะพานก็สวยงามไม่แพ้กัน
สวยใช่ไหมล่ะ
บางคนอาจจะเดินจากจุดนี้แล้วย้อนกลับขึ้นมา
เดินจนหนำใจก็ขึ้นรถกลับมัตสึโมโต้กันเลย

คามิโคจิ(Kamikochi) ควรเที่ยวเดือนไหน

คามิโคจิ(Kamikochi) จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน – 15 พฤศจิกายน ของทุกปี หากไม่มีสภาพอากาศ หรือมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรก็จะใช้กำหนดเวลานี้เป็นหลัก ช่วงเวลาที่ปิดเป็นช่วงที่จะให้ธรรมชาติฟื้นฟู ร้านอาหาร ที่พัก ตลอดจนรถบัสที่จะใช้โดยสารไปยังคามิโคจิก็ปิดให้บริการด้วย

แต่สำหรับใครที่อยากเข้าไปคามิโคจิจริงๆในช่วงนอกเหนือจากวันที่ระบุก็สามารถเข้าไปได้ แต่ต้องเดินเข้าไปเอง เพราะรถบัสจะไปได้แค่เพียงป้าย K-26 Nakanoyu รถบัสที่ผ่านป้ายรถบัสนี้คือสาย Matsumoto – Takayama จากป้ายรถบัส Nakanoyu เดินไปจนถึงสะพานคัปปะ ระยะทางขาเดียวคือ 6.3 ก.ม. เอาจริงๆก็เดินได้ไม่ยากเลยนะ แต่บอกเลยว่าข้างในหนาวแน่ๆ เพราะขนาดเราไปช่วงพฤศจิกายน อากาศในตอนเช้ายังหนาวจนมือชา การจะเดินเข้าไปคามิโคจิในช่วงฤดูหนาวเราต้องใส่ร้องเท้าสโนว์ชูว์ และต้องยื่นแผนการเดินป่า(Mountain climbing registration form) ที่ประตูอุโมงค์ทางเข้า Nakanoyu เพื่อให้ชัวร์และปลอดภัยขึ้นควรจ้างไกด์นำทางจะสบายใจกว่า

คามิโคจิ ฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายน – เดือนมิถุนายน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่บรรยากาศของคามิโคจิในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ก็ยังให้อารมณ์ของฤดูหนาว บนภูเขายังมีความขาวโพลน บนพื้นก็ยังมีร่องรอยของหิมะให้เห็น ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนร้านบางร้านอาจยังไม่เปิดให้บริการ

คามิโคจิ ฤดูร้อน เดือนกรกฎาคม – กลางเดือนกันยายน ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูการแห่งการปีนเขาของคามิโคจิ การมาเที่ยวในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงช่วงวันที่ 11-16 สิงหาคม เพราะเป็นเทศกาลโอบ้ง(お盆) ซึ่งจะเป็นวันหยุดยาวของญี่ปุ่น คนจะเยอะมาก และเพราะคามิโคจิอุณหภูมิจะต่ำกว่าเมืองหลักอย่างโตเกียวอยู่ 5-10 องศาเซลเซียส คามิโคจิในช่วงฤดูร้อนจึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในประเทศเองเป็นอย่างมาก

คามิโคจิ ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – เดือนตุลาคม ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการสัมผัสกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี แต่การจะไปเที่ยวคามิโคจิในช่วงนี้ต้องเช็คสภาพอากาศให้ดีเพราะมักเป็นช่วงที่มีพายุ

คามิโคจิ ฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม อย่างที่บอกไปช่วงนี้ถ้าจะเข้าไปเที่ยวคามิโคจิต้องเดินเท้าเข้าไป และต้องยื่นแผนการเดินป่าด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้าง คามิโคจิน่าเที่ยวมากๆเลยใช่ไหม แนะนำว่าหากต้องการมาเที่ยวที่คามิโคจิให้วางแผนเวลาไว้เลย 1 วัน เต็ม ออกแต่เช้าจะได้มีเวลาละเลียดๆ กับธรรมชาติมันสวยงามและดีจริงๆ

แหล่งข้อมูลเที่ยวคามิโคจิ

https://www.kamikochi.org/
https://www.alpico.co.jp/en/assets/2019ph3/pdf/guide/kamikochi_guide_map_th.pdf
https://www.alpico.co.jp/th/guide/kamikochi/
https://www.go-nagano.net/th/trip-idea/
https://www.kamikochi.org/basicinfo/ambassadors
https://www.alpico.co.jp/th/timetable/kamikochi/r-matsumoto-kamikochi/ (ตารางเวลารถบัส Alpico Group และรถไฟจากมัตสึโมโต้ไปคามิโคจิ)
https://www.japan-guide.com/e/e6040.html (ข้อมูลท่องเที่ยวคามิโคจิ)
https://www.kamikochi.org/pdf/Kamikochi_Leaflet.pdf (คู่มือฉบับย่อเที่ยวคามิโคจิ)
https://www.kamikochi.org/wp-content/uploads/2016/06/winter_rules.pdf (กฏที่ควรรู้ในการไปเที่ยวคามิโคจิ)

– อ อ ก เ ดิ น ท า ง ไ ป ต า ม น้ำ –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *