ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวจีนได้
Story

ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวจีนได้ ตอน 1

 

ทริปฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู้  กินเพลินเดินมันส์ สปีคๆแอพๆ จบทริป 5 คืน 6 วัน 

เราเคยไปจีนครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2006 จีนเป็นประเทศที่สองของการไปเที่ยวต่างประเทศ การเที่ยวจีนในตอนนั้นต่างกับการเที่ยวจีนครั้งล่าสุด ตอนนั้นไปเที่ยวปักกิ่งและเดินทางไปกับทัวร์ทุกอย่างก็สะดวกสบายหายห่วง แต่การเดินทางครั้งนี้ตีตั๋วเก็บกระเป๋าและต้องทำทริปเองที่สำคัญไปคนเดียว ภาษาจีนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ แม้มันคืออุปสรรคแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเดี๋ยวนี้เขาว่ากันว่าจีนในหลายๆเมืองเที่ยวง่ายกว่าแต่ก่อน ด้วยการคมนาคม ความเจริญและอะไรอีกหลายอย่างหลายเหตุผล แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่อยากไปก็ไปใช่ไหม

ทริปฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู้ 5 คืน 6 วัน ไม่ได้เป็นทริปในความตั้งใจของเราแต่อย่างใด ก็เหมือนเคยมือมันลั่นโป้งป้างอีกแล้ว ก็แอร์เอเชียเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ขยันส่งโปรโมชั่นมาให้ เธอส่งมาฉันก็ไปเรื่องมันก็มีแค่นี้ ทำแผนแบบขี้เกียจๆ แอบกังวลนิดๆ แต่ก็คิดอยู่ในใจทุกอย่างต้องผ่านไปได้ และก็ผ่านไปได้จริงๆแฮะ สำหรับรีวิวทริปนี้เราพยายามที่จะใส่ตัวอักษรภาษาจีนกำกับไว้ตามที่ต่างๆ เช่น สถานี หรือชื่อสถานที่ จะช่วยคนที่ไม่สามารถพูด อ่าน เขียนภาษาจีนได้เลย ซึ่งช่วยได้ดีมากๆ เราเองไปแบบไม่ได้ทักษะภาษาจีนสักด้านก็ได้ตัวอักษรภาษาจีนนี่แหละที่ช่วยไว้ ส่วนเรื่องภาษาจะถูกหรือไม่เราก็ไม่ชัวร์นะคะ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีข้อขัดข้องประการใด วิธีใช้ เช่น เวลาต้องซื้อตั๋วรถบัสถ้าเขาฟังคำว่า Wulong ไม่ออกเราก็ยื่นโพยที่มีอักษรภาษาจีนให้เขาดูเลย เขาก็จะเข้าใจ

แผนการเดินทางไปฉงชิ่งของไปตามน้ำ (Paitamnam)
วันจันทร์ที่ 20 – วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562
เวลา 06.10 น. – 10.10 น. (3 ชม.) ดอนเมือง > ฉงชิ่ง *เวลาจีนเร็วกว่าไทย 1 ชม.

Day 1 : ดอนเมือง (Don Mueang) > ฉงชิ่ง (Chongqing 重慶市 ) > อู่หลง (Wulong 武隆)
Day 2 : อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ 天生三橋 > กลับฉงชิ่ง
Day 3 : ฉงชิ่ง Chongqing (重慶市) > ผาหินแกะสลักหินผาต้าจู๋ Dazu  (大足)
Day 4 : ฉงชิ่ง Chongqing (重慶市)
Day 5 : ฉงชิ่ง Chongqing (重慶市)
Day 6 : ฉงชิ่ง Chongqing (重慶市) > ดอนเมือง (Don Mueang) 

วันแรก | ดอนเมือง (Don Mueang) > ฉงชิ่ง (Chongqing 重慶市) > อู่หลง (Wulong 武隆)

เราออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD556 เวลา 06.10 น. ไปถึงฉงชิ่งเวลาประมาณ 10.10 น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เวลาจีนเร็วกว่าไทย 1 ชม. เราตั้งใจว่าเมื่อไปถึงฉงชิ่งจะรีบนั่งรถบัสเพื่อไปอู่หลงทันทีเพราะไม่อยากให้ไปถึงอู่หลงเย็นจนเกินไป เป็นพวกกลัวความมืดคือถ้าไปในที่แปลกถิ่นจะกลัวเดินไปไหนต่อไหนไม่ถูก 

เครื่องบินขาไปเป็นที่นั่งแบบ 3-3 ลำเล็ก และผู้โดยสารไม่เต็มลำดูจากสายตาผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมีคนไทยรวมเราด้วยน่าจะประมาณไม่เกิน 10 คน หลังจากที่เครื่องขึ้นไปแล้วสจ๊วตก็เดินมาแจกใบตรวจคนเข้าเมืองของฉงชิ่ง และบอกว่ามีที่นั่งว่างเยอะผู้โดยสารสามารถย้ายที่นั่งเพื่อจะได้นั่งสบายๆได้นะครับ แหม!น่ารักมาก พอเราลุกขึ้นไปดูก็มีที่นั่งที่ว่าง 3 ที่ติดกันหลายที่มากสบายเลยเราย้ายสิจ๊ะ นั่งมาชิวๆก็มาถึงสนามบินฉงชิ่ง หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Chongqing Jiangbei International Airport แล้วจ้า การเดินทางออกจากเครื่องเพื่อไปด่านตรวจคนเข้าเมืองของฉงชิ่งก็ไม่ยากเดินๆตามกันไป

พอมาถึงตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองก็เดินเข้าปกติเจ้าหน้าที่จะให้เราทำการสแกนลายนิ้วมือ ตรงนี้ชอบมากเพราะเขาจะดูที่พาสปอตว่าเราเป็นคนชาติไหน เขาก็จะเปิดเสียงคำสั่งเป็นภาษาไทย เสียงที่ว่านี้คือบอกว่าให้เราว่านิ้วชี้ซ้าย นิ้วชี้ขวา อะไรประมาณนี้ก็ทำตามเสียงภาษาไทยนั้นไป จากนั้นก็เดินไปรับกระเป๋าและหาวิธีเดินทางเข้าเมือง

การเดินทางจากสนามบินฉงชิ่งไปสถานี Sigongli 

สำหรับการเดินทางจากสนามบินฉงชิ่งเข้าเมืองนั้นง่ายแสนง่าย และสะดวกมากๆ เพราะมี Metro ปรื๊ดๆถึงเลย ราคาของ Metro ที่นี่ก็ถูกแสนถูก เห็นแล้วอยากเรียนเชิญ Metro จีนมาวิ่งเล่นในเมืองไทยบ้าง ทำไม๊ทำไมบ้านเราจึงแพงนักแพงหนา แผนของเราในวันนี้คือเราจะไปค้างอู่หลงโดยวันแรกนี้จะไม่ได้แวะเที่ยวในเมืองฉงชิ่งเลย

วิธีการนั่ง Subway จากสนามบินฉงชิ่ง (Jianbei Airport) เข้าเมือง หรือไปสถานี Sigongli

การนั่ง Subway ออกมาจากสนามบินเพื่อไปยังที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งเข้าเมือง หรือนั่งไปสถานีอื่น ไม่ยากเลยค่ะ สำหรับเราๆจะนั่งไปสถานี Sigongli เพราะตรงสถานีนี้จะอยู่ใกล้กับสถานีที่เราจะขึ้นรถบัสไปอู่หลงนั่นเอง 

สำหรับคนที่มาฉงชิ่งด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เครื่องบินจะมาลงที่ Terminal 3 > จาก Terminal 3 นี้เราต้องนั่ง Subway สายสีม่วง Line 10 เพื่อไปยัง Terminal 2 > นั่งมาเพียงสถานีเดียวก็ถึง Terminal 2 แล้วค่ะ > จาก Terminal 2 เราจะนั่ง Subway สายสีน้ำเงิน Line 3 ตรงนี้เรียกว่าสถานี Jiangbei Airport T2  江北机场 (หมายเลข 39 ) > นั่งไป 25 สถานี >มาลงที่สถานี Sigongli 四公里 (หมายเลข 14 )  ราคาค่า Subway 6 หยวน

subway chongquing
                            subway สนามบิน Jiangbei Terminal 3 สายสีม่วง

หมายเหตุ สำหรับการซื้อตั๋ว Subway ในฉงชิ่ง นั้นไม่ยากเราสามารถไปซื้อที่ตู้คล้ายของเมืองไทยเลยค่ะ แต่ถ้าไม่อยากซื้อที่ตู้อัตโนมัติก็สามารถไปซื้อกับเจ้าหน้าที่ได้เหมือนกับเมืองไทยหรือเปล่าเราไม่ชัวร์นะเพราะซื้อกับตู้ตลอดๆสนุกดีเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่ 555 แต่ๆๆๆหากซื้อกับตู้ต้องเป็นแบ้งค์ย่อยๆ หรือเหรียญ ถ้าเป็นแบ้งค์ 100 หยวน ตู้มันจะไม่รับ เราจึงต้องไปแลกเงินมาเป็นแบ้งค์ย่อยๆก่อนซึ่งก็สามารถแลกได้กับเจ้าหน้าที่ ตู้สามารถเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษได้ เวลาซื้อตั๋วเราต้องรู้ว่าปลายทางที่เราจะไปคือที่ใด และเราสามารถศึกษาแผนการเดินรถ subway ตลอดจนรถเมล์สายต่างๆในฉงชิ่งที่ลิงค์นี้ Chongqing Subway May        อ้อ!! และหาเรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเดินรถต่างๆก็สามารถสอบถามได้ที่เวบบอร์ดของเวบเขาเลย หรือลองไล่อ่านคำถามต่างๆเผื่อเป็นประโยชน์กับการเดินทางของเรานะคะ

การเดินทางออกจากสนามบินฉงชิ่ง
บรรยากาศภายใน subway ของฉงชิ่ง
ด้านในของ subway สะอาดทีเดียว
บัตรโดยสารรถไฟฟ้าของฉงชิ่ง
บัตร subway คงผ่านการใช้งานมายาวนาน

การขึ้น subway จากสนามบินฉงชิ่ง
บรรยากาศ subway ของฉงชิ่ง
นั่งมองวิวเพลินๆ ไป
บัตรโดยสารรถไฟฟ้าของฉงชิ่งด้านหลัง
ด้านหลังของบัตร

เดินทางมาถึงสถานี Sigongli 四公里 แล้วค่ะ เราชอบสถานีนี้นะ มันดูโปร่งๆ เย็นสบายอาจเพราะตอนที่มาถึงฝนเพิ่งหายตกอากาศก็เลยดีมากๆ อีกทั้งวิวบนชานชาลาก็ดี๊ดี

สถานีSigongli
สถานี Sigongli
ชานชาลาสถานี Sigongli
ยังอยู่บนชานชาลา

บรรยากาศสถานี Sigongli
บรรยากาศถ่ายออกมาจากบนสถานี ชุ่มฉ่ำ
ภาพจากชานชาลาสถานี Sigongli
ตอนนี้เรายังอยู่บนชานชาลาเห็นตึกที่มีตัวอักษรสีแดงไหมคะ นั่นแหละค่ะเราจะไปกันที่ตึกนี้

การเดินทางจากสถานี Sigongli 四公里 ไปยัง สถานีรถบัส Sigongli Rail Transfer Hub

หลังจากที่เรานั่ง subway จากสนามบินมาถึงสถานี Sigongli แล้ว > ให้เราเดินออกมาทางออกที่ 5 (Exit 5) > มองหาป้าย Sigongli Rail Transfer Hub > เดินผ่านทางเชื่อมมาเรื่อยๆ 

หมายเหตุ ตอนที่หาข้อมูลก่อนไป ข้อมูลบอกว่าให้ออกทางออกที่ 4 แต่พอไปถึงเราหาป้ายทางออกที่ 4 ไม่เจอ พอถามเจ้าหน้าที่ๆบอกให้ไปทางออกที่ 5 อย่างไรก็ลองหาข้อมูลดูอีกทีนะคะ และวันที่เราไปในสถานีมีการปิดซ่อมแซมบางส่วนทำให้กั้นทางเข้าออกบางส่วน

สถานี-Sigongli
ลงจากชานชาลาไปด้านล่าง
แผนผังสถานี Sigongli
แผนผังสถานีถ่ายมาเผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ
วิธีการเดินทางไป Sigongli Rail Transfer Hub
มันเหมือนเป็น sky walk บ้านเราแต่เป็นระยะสั้นๆ
สถานี-Sigongli
ถ้าเดินไม่ถูกแนะนำว่าให้ยื่นรูปให้เจ้าหน้าที่ช่วย
Sigongli-Rail-Transfer-Hub
ไปไม่ถูกโชว์รูปนี้เลยค่ะ
วิธีการเดินทางไปซื้อตั๋วรถบัสไปอู่หลง
ลงไปด้านล่างเลย

เมื่อไปถึงก็เดินเข้าไปซื้อตั๋วเลยเราบอกเขาว่าจะไปอู่หลงและชี้ให้เขาดูตัวหนังสือภาษาจีน  อู่หลง (Wulong 武隆) ราคา 60 หยวน  ซื้อตั๋วเสร็จเดินไปหาทางขึ้นรถได้เลยนะคะ รถไปอู่หลงจะไม่เหมือนรถไปต้าจู้ รถบัสที่ไปอู่หลงซื้อตั๋วเสร็จเดินไปหาชานชาลาเพื่อขึ้นรถได้เลย เต็มเมื่อไหร่ออกเมื่อนั้น และนั่งกันไม่ตรงเลขนั่งด้วย คือเหมือนไม่ระบุที่นั่งประมาณนั้น เราเดินไปที่ประตูหมายเลข 6 ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทุกครั้งคือต้องไปขึ้นที่ประตูหมายเลข 6 หรือไม่

สถานีรถบัสเพื่อซื้อตั๋วไปอู่หลง
บรรยากาศด้านในสถานที่ขายตั๋วรถบัสไปอู่หลง
ตั๋วรถบัสไปอู่หลง
หน้าตาของตั๋วรถบัสไปอู่หลง (ด้านหน้า)
รอคิวซื้อตั๋วรถบัสไปอู่หลง
เข้าไปต่อคิว
ตั๋วรถบัสไปอู่หลงด้านหลัง
หน้าตาของตั๋วรถบัสไปอู่หลง (ด้านหลัง)

หน้าตาของรถบัสก็จะประมาณนี้ค่ะ ข้างในรถบัสก็จะมีถังขยะวางไว้ มีคนขากถุยใส่ถังขยะด้วย การนั่งรถบัสที่นี่เราไม่แน่ใจว่าเป็นกฏหมายหรือเปล่าที่ทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะก่อนรถออกเขาจะเปิดทีวีให้ดูให้เห็นภาพอุบัติเหตุว่าถ้าไม่คาดเข็มขัดเมื่อเกิดเหตุแล้วความรุนแรงจะมากแค่ไหน พอรถกำลังจะออกจากลานจอดเขาจะมีไม้กระดกกั้นไว้แล้วจะมีเจ้าหน้าที่เดินขึ้นมาตรวจว่ามีใครไม่คาดไหม  ตอนแรกเราก็ไม่รู้ แต่คุณป้าที่นั่งข้างๆ เขาบอก

หน้าตารถบัสไปอู่หลง
หน้าตาด้านในรถบัส
ระหว่างทางไปอู่หลง
วิวระหว่างทาง
หน้าตารถบัสที่ไปอู่หลง
ด้านในรถบัสจะมีถังขยะวางไว้เป็นจุดๆ
วิวระหว่างทางไปอู่หลง
วิวระหว่างทางไปอู่หลงสวยมาก
ป้ายต้อนรับสู่อู่หลง
และแล้วเราก็เห็นป้ายต้อนรับเข้าสู่อู่หลง เรามาถึงแล้วจ้า

รถบัสออกจากฉงชิ่งประมาณ 13.45 น. มาถึงอู่หลง ประมาณ 16.00 น. ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 2.15 ชม. รถที่เรานั่งวิ่งยาวไม่ได้จอดแวะอะไรเลย สำหรับใครที่จะมาอู่หลงก็เผื่อเวลาเดินทางไว้เลยค่ะ ประมาณ 2-2.30 ชม. เมื่อเราเห็นป้าย Welcome to Wulong รถจะขับต่อไปอีกไม่ไกลมากก็จะมาจอดตรงฝั่งตรงข้ามกับสถานที่ที่เราจะซื้อตั๋วรถมินิบัสเพื่อไป Wulong Tourist Center (武隆旅游中心)

จุดจอดรถบัสส่งคนจากฉงชิ่งมาอู่หลง
รถจากฉงชิ่งจะมาจอดตรงนี้เราต้องข้ามไปซื้อตั๋วฝั่งตรงข้าม

ตั๋วมินิบัสจากอู่หลงไปศูนย์อุทยาน (Wulong Karst)
ตั๋วมินิบัสจากอู่หลงไปศูนย์อุทยาน (Wulong Karst)

รถมินิสบัสจากท่ารถบัสอู่หลงเพื่อไปยัง ศูนย์อุทยาน (Wulong Karst) ราคา 10 หยวน ประมาณ 50 บาท ตอนซื้อตั๋วเราก็เอารูปสถานที่ที่จะไปให้คนขายตั๋วดู ในตั๋วระบุเหมือนเวลารถออก แต่จริงๆก็ไม่ได้เป็นตามนั้นนะ พอได้ตั๋วก็เดินไปหาจุดที่จอดรถ ชี้รูปโชว์ตั๋วแค่นี้ก็ได้ไปถึงจุดจอดรถมินิบัสแล้วแต่มันจอดอยู่หลายคันแฮะ คนนี้ก็บอกให้ขึ้นคันนี้ พอนั่งรอไปสักพักก็ให้ลงไปขึ้นอีกคัน แล้วนำคนที่นั่งอีกคันมานั่งคันแรกที่เรานั่ง อะไรกันก็ไม่รู้ จุดที่จะขึ้นรถบัสเหมือนจะอยู่ที่ด้านหลังของอาคาร และขึ้นไปนั่งรอบนรถนานมากกว่ารถจะออก

จุดขึ้นรถมินิบัสไปศูนย์อุทยาน Wulong Karst
จุดขึ้นรถมินิบัสอันนี้ถ่ายตอนอยู่บนรถและรถออกแล้ว
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
ด้านในมินิบัสมีกล้องวงจรปิดหลายตัวเลย
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน (Wulong Karst)
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน (Wulong Karst)
ด้านในของรถมินิบัสที่ไปศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
หน้าตาของรถมินิบัสไป ศูนย์อุทยาน Wulong Karst
ผลไม้ในอู่หลง
ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรแต่เห็นมีขายในอู่หลง

นั่งรถมินิบัสมาเกือบๆชั่วโมงเราก็มาถึงด้านหน้าของศูนย์อุทยาน Wulong Karst อาคารของศูนย์อุทยาน Wulong Karst หรือ Wulong Karst Tour Area Visitor Center ก็มีเอกลักษณ์เด่นชัดเป็นรูปทรงปิรามิดเรียกว่าไม่มีเลยไม่มีหลงแน่นอน Wulong Karst

 

ที่พักในอู่หลง

สำหรับที่พักเราก็เลือกที่มันอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารปิรามิดนี้เลยชื่อ Chongqing Xianyi Holiday Hotel จองผ่าน Agoda ราคา 791.42 บ. เมื่อไปถึงเขาเก็บค่ามัดจำอะไรสักอย่างเหมือนมัดจำกุญแจนะ จำนวนเงินเท่าไหร่จำไม่ได้เหมือนกัน ที่พักราคาขนาดนี้ถ้ามาสองคนก็จะเบาลงไปอีก แม้ที่พักจะอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่ก็ไม่มีป้ายอะไรที่สื่อให้เห็นว่านี่คือโรงแรมของฉัน แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจสำหรับคนที่จะพักที่นี่เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ของที่พัก และคงจะมีเจ้าหน้าที่ของที่พักใกล้เคียงมายืนเรียกแขก หนึ่งในนั้นก็เป็นคนดูและที่พักของเรานี่เอง

และเราก็เจอแจ็คพอตจนได้เจ้าหน้าที่ผู้กระตือรือร้นบอกเราว่าวันนี้ไฟดับทั้งแถบไม่รู้ว่าจะซ่อมเสร็จกี่โมงรอคนมาซ่อม…เอิ่ม เจ้าหน้าที่พาเราไปที่ห้องพักซึ่งมืดมาก ตอนนั้นกังวลใจว่าเราจะอยู่อย่างไร จึงเอ่ยปากขอไฟฉาย เจ้าหน้าที่รับปากจะจัดให้และจัดการเปลี่ยนห้องพักให้มาอยู่ด้านที่ติดถนนทำให้มีแสงจากถนนส่องเข้ามาในห้องสว่างเลยทีเดียว 

ที่พักในอู่หลง Chongqing Xianyi Holiday Hotel

บริเวณแถวๆที่พักก็จะเงียบๆ แต่มีร้านค้าให้เราหาของกินได้เป็นพวกหมาล่า และพวกอาหารตามสั่ง แต่บรรยากาศก็เงียบๆไม่ได้คึกคัก มีร้านมินิมาร์ทเล็กๆอยู่แถวนั้น เดินเล่นไปมา ข้ามไปเดินเล่นฝั่งตรงข้ามสักพักก็กลับเข้าที่พัก พรุ่งนี้เช้าเราจะออกไปอู่หลงกันแต่เช้า

วันที่สอง | อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges) >ฉงชิ่ง (Chongqing 重慶市) 

อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges) หรือภาษาจีนอ่านว่า Tian Sheng Sanqiao (天生三橋) เป็นจุดหมายหลักของการมาอู่หลงในครั้งนี้เลย หลังจากที่เรามาถึงอู่หลงเมื่อวานและพักอยู่ที่นี่หนึ่งคืน เช้าวันนี้เราจะออกไปเที่ยวยังจุดหมายหลักของที่นี่กัน ที่ว่าจุดหมายหลักก็เพราะว่าที่อู่หลงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าเที่ยวและอยู่ไม่ไกลจากกัน แต่เราก็เกรงว่าเวลาเหมือนจะไม่พอ เอาเป็นว่าเราไปที่หลักก่อนแล้วกัน ที่รองค่อยว่ากันนะ

วิธีการซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์

จากด้านหน้าของอาคารปิรามิดให้เราเดินเข้าไปด้านใน > ลงบันไดไปที่ชั้นล่าง > จะเจอที่จำหน่ายตั๋ว อ้อ!ไม่ต้องไปเช้ามากนะคะ เพราะเขาจะเปิดจำหน่ายตั๋วประมาณ 8 โมงเช้า ราคาของตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า แต่ละช่วงราคาไม่เท่ากัน ช่วงที่เราไปเป็นเดือนพฤษภาคม 2019 ราคาอยู่ที่ 125 หยวน ไม่รู้เขาคิดจากอะไรบวกตารางราคาจากสีน้ำเงินก็ไม่เห็นจะได้ 125 หยวนเลย 555 งงจริง ราคานี้รวมค่ารถจากอาคารปิรามิดไปอุทยาน +ค่าเข้า+ค่าลงลิฟท์ (ไม่รู้เขาคิดค่าลิฟท์ขาขึ้นด้วยหรือเปล่าเพราะเราไม่ได้ใช้) 

ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
รถบัสไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
ซื้อตั๋วไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
รถบัสไปอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า
อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า

นั่งรถบัสมาประมาณครึ่งชั่วโมงรถก็จะมาจอดที่ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าอุทยาน ซึ่งแถวๆนั้นจะมีร้านแผงลอยขายของที่ระลึกอยู่ เดินข้ามทางม้าลายมาก็จะมาเจอเข้ากับหุ่น Bumblebee สีเหลืองตัวใหญ่ตั้งเป็นตระหง่าน เป็นสัญลักษณ์ว่าคุณได้มาถึง หลุมฟ้าสะพานสวรรค์แล้วนะจ๊ะ  เราก็ถือตั๋วที่ซื้อมาเดินเข้าไปตามช่องเลยจ้า ส่วนข้างในหน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้น ตามไปอ่านกันต่อที่นี่เลย พาเที่ยวหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ มรดกโลกระดับ 5A  

การไปเที่ยวที่หลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ถ้าอยากเที่ยวแบบเนิบๆก็เผื่อเวลาเที่ยวสัก 3 ชั่วโมง แต่หากมีเวลาน้อยก็ใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมงก็เอาอยู่ ใครเป็นสายเนิบ ใครเป็นสายชะโงกก็จัดไปตามแต่ใจต้องการ ซึ่งเมื่อไปถึงแล้วเดินไม่ยากเลย เดินไปเรื่อยๆ แนะนำให้ไปแต่เช้าเพราะพอสายหน่อยทัวร์เริ่มลง คนเริ่มเยอะ ตามความตั้งใจเดิมหลังจากเที่ยวที่นี่แล้วเราอยากจะไปเที่ยวที่น้ำตกหุบผาสวรรค์ต่อแต่ดูเวลาแล้วไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ก็เลยไม้ได้ไป เราจึงเลือกนั่งรถกลับไปที่อาคารปิรามิด Wulong Karst Tourist Center เพื่อไปรับกระเป๋าที่โรงแรมเพื่อขึ้นรถบัสกลับไปฉงชิ่ง

สำหรับรถจากอู่หลงเพื่อกลับไปยังสถานีขนส่ง Wulong Bus Station ก็จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่พักนั่นเองเป็นรถมินิบัสสภาพด้านนอกดูดี ราคา 10 หยวน แต่คันนี้ไปถึงเพียง Wulong Bus Station เท่านั้น

มินิบัสจากอู่หลง

ระหว่างรอคนเต็มก็เห็นร้านขายขนมอะไรสักอย่างดูน่ากิน อากาศเย็นๆกับแป้งร้อนๆน่าจะช่วยบันเทาสภาพความหนาวได้ มองด้วยสายตาแป้งมีลักษณะคล้ายๆแป้งนานของอินเดีย คนขายดูท่าทางเป็นมิตรยิ้มแย้ม เขาจะนำแป้งไปแป้งที่ด้านข้างในโอ่ง แป้งก็จะค่อยๆสุกเปลี่ยนสี ด้านในมีไส้เป็นไส้ผัก กินร้อนๆอร่อยดีค่ะ ราคา 8 หยวน

ขนมท้องถิ่นที่อู่หลง

traditional steet food wulong

นั่งรอนานมากกว่ารถจะออก นั่งรถในเมืองจีนไม่ต้องกลัวเหงาเพราะถ้าผู้โดยสารเป็นคนจีนเขาจะเปิดมือถือดูคลิปโน่นนี่นั่นเวลาดูเขาก็ดูคนเดียว แต่เสียงนี่สิเปิดให้ได้ยินโดยทั่วกัน ไม่มีใครว่า เพราะต่างคนต่างทำเรียกว่าไม่รู้จะเลือกฟังของใครดี555 หลังจากรถมาถึงที่สถานี Wulong Bus Station แล้วเราก็ต้องนั่งบัสอีกคันแต่ไม่ใช่มินิบัสแล้วนะคะเป็นบัสคันใหญ่เพื่อนั่งไปยังสถานี Sigongli (四公里)  เพื่อจะเข้าเมืองกันต่อค่ะ เราก็คิดว่ารถบัสนี้จะวิ่งยาวไปสุดสายที่ Sigonli คงไม่ได้แวะที่สถานีอื่นใด นอกจากข้างทาง แต่เมื่อถึงเวลามันไม่เป็นเช่นนั้นรถไปจอดที่สถานีใหญ่มากที่หนึ่งซึ่งคนลงเยอะมาก และก็มีคนขึ้นมาเพิ่ม เราก็เริ่มตระหนกว่าเฮ้ยนี่เราต้องลงแล้วหรือยัง ถามใครก็ไม่มีใครจะตอบเราได้ อาจเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เอาตรงๆนะ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นจะเก็ตเร็วเวลาเราต้องการสื่อสารจะด้วยภาษากาย หรือการชี้ที่รูป ชี้ตัวหนังสือ แต่เวลาเราไปเที่ยวจีนปัญหาที่เราพบคือเขาไม่เข้าใจว่าเราต้องการอะไร เช่น ถ้าเราชี้ที่รูปถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเขาจะเข้าใจทันทีว่าเราต้องการไปยังสถานที่นั้นๆ แต่พอเป็นที่เมืองจีนเขามองหน้าเราแล้วไม่สื่อสารต่อ แม้บางครั้งเราจะชี้ตัวหนังสือภาษาจีนที่เป็นตัวบอกสถานที่ที่เราจะไปเขาก็ไม่รู้ว่าเราต้องการสื่อสารอะไร

แต่สุดท้ายเราก็โชคดีมากๆเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินขึ้นมาเราก็ไม่รอช้ารีบถามทันที โชคดีสุดๆเมื่อเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้และบอกเราว่า together ว้าวๆๆๆๆๆ สบายใจแล้ว 555 สุดท้ายรถก็ไปถึงยังจุดพ่อหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้ปล่อยเราไว้เพียงลำพังพาเราเดินไปยังสถานีรถไฟซึ่งไกลอยู่เหมือนกัน การจะเดินไปยังสถานีนี้ต้องมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ต้องผ่านสะพานเลื่อนที่ยาวมากและต้องเสียค่าผ่านทางซึ่งเราก็ไม่รู้เรื่องเลย เขาใช้บัตรของเขาแตะให้เราๆจึงถามว่าเท่าไหร่เพื่อจะจ่ายเงินให้กับเขาแต่เขาไม่ยอมเอา จากนั้นเขาก็พาเราไปส่งยังสถานีอย่างปลอดภัย…ขอบใจนะเธอ

จากสถานี Sigongli (四公里)  เรานั่งรถไฟสาย 2 ไปยังสถานี Linjiangmen เพื่อจะเข้าที่พักกันเราจะอยู่ที่ฉงชิ่งกันจนถึงวันกลับเลยค่ะ สำหรับที่พักอารมณ์มันเป็นแบบไหนเอาไว้จะมารีวิวให้อ่านกันนะมันสุดยอดจริงๆ …ไปอ่านกันต่อตอน 2 นะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *