ฮอยอันดานังBana Hills
Story,  เที่ยวต่างประเทศ

ชวนเที่ยวดานัง-ฮอยอันในวันที่ไม่เหงา

ดานัง-ฮอยอัน ในวันที่ไม่เหงา ก็มันจะไปเหงาได้อย่างไร? ฮอยอันเมืองเล็กๆแต่เคลื่อนไหวตลอดเวลา  เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน เสน่ห์ของผู้คน การเดินทาง จักรยาน และร้านกาแฟ

‘ฮอยอัน’ เรารู้จักฮอยอันครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้ว และเชื่อว่าการรู้จักฮอยอันคงเหมือนใครอีกหลายๆคน ที่รู้จักที่นี่จากละครดังหลังข่าวเรื่อง ฮอยอันฉันรักเธอ ภาพตึกสีเหลือง จักรยาน ดอกไม้ ชุดประจำชาติ หมวกทรงสามเหลี่ยมปลายแหลม คือภาพติดตาที่ทำให้เราอยากไปเยือนที่นี่สักครั้ง เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้คือ ดานัง , บาน่าฮิลล์ และฮอยอันนั่นเอง

ตั๋วเดินทางไปกลับราคาสมเหตุสมผลตามความสามารถของกระเป๋าเงินใบน้อย น้อยมากถึงน้อยที่สุด 555 เราเลือกแบบไม่มีออฟชั่นใดๆทั้งสิ้น ได้ราคามาที่ 2,280 บ.  + counter payment  50 บ. + counter service 30 บ. รวมเบ็ดเสร็จ 2,360 บ.  แหม!! เป็นราคาที่อาจไม่ได้ถูกที่สุดสำหรับคนที่เคยไปแต่เป็นราคาที่เรารับได้ก็โอไหมหล่ะ เราเลือกใช้บริการของ AirAsia ที่มีเที่ยวบินๆตรงจากดอนเมืองสู่ดานังสะดวกทีเดียว อีกทั้งขาไปได้สิทธิ์ hot seat และโหลดกระเป๋าฟรีด้วยคูปองจากบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแอร์เอเชียค่ะ สนใจสมัครไว้ใช้คลิกที่นี่

airasiacreaditcard

เครดิตภาพนี้จากเวบลิงค์ด้านบนค่ะ

นอกจากสิทธิพิเศษของการมีบัตรนี้ตามด้านบนที่กล่าวไว้แล้ว ตอน check in เราก็ได้สิทธิ์เข้าช่องพิเศษ ตอนโหลดกระเป๋าก็จะมี tag ติดว่า express bag ให้ด้วย ตอนขึ้นเครื่องก็ได้สิทธิ์ให้ขึ้นก่อน แหม!! ดีใช่ไหมหล่ะ แต่สิทธิ์เหล่านี้ได้เฉพาะขาออกจากประเทศไทยนะจ๊ะ ต้องขอบคุณน้องปอ น้องที่ออฟฟิศที่แนะนำให้รู้จักกับบัตรนี้จ้า

airasia express bag

ทุกอย่างพร้อมก็ออกเดินทางกันเลย รอมานานข้ามปี ถ้าตั๋วเครื่องบินที่จองไว้มันเน่าได้คงเน่าไปนานแล้ว หลังจากผ่านด่านต่างๆ เราก็แวะมาใช้บริการเลานจ์ของคิงพาวเวอร์กันก่อน มีบัตรสมาชิกของคิงพาวเวอร์สีไหนก็ได้มารับประทานอาหารได้ฟรี 2 ชม. และให้สิทธิผู้ติดตามได้อีก 1 คน การสมัครบัตรก็ง่ายแสนง่ายสมัครได้เลยที่เคาเตอร์คิงพาวเวอร์ในสนามบินตอนนั้นเราสมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครเสร็จก็จะได้บัตรแข็งมาเลย แต่ตอนนี้เงื่อนไขเป็นอย่างไรลองเข้าไปอ่านกันได้ที่เวบ Kingpower

lounge kingpower

อาหารในเลานจ์ไม่ได้มีให้เลือกมาก แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมาย นั่งเพลินๆ รอเวลาไปค่ะ ที่นี่จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ อาหารคิดว่าในแต่ละช่วงเวลาอาจต่างกันไป ตอนเข้าเจ้าหน้าที่จะขอดูพาสปอต บอร์ดดิ้งพาส และบัตรสมาชิก

จากนั้นก็ได้เวลาออกเดินทางแล้ว ที่นั่งสบายเลยค่ะ ได้นั่งแถวที่สามติดทางเดิน แถมอีกสองเบาะก็ไม่มีใครมานั่งด้วยเลย

airasia

และอีกหนึ่งสิทธิพิเศษของคนที่มีบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแอร์เอเชีย เราสามารถรับเครื่องดื่มร้อนเย็นได้ฟรีในราคาไม่เกิน 60 บ. ทั้งขาไปและขากลับนะคะ โดยการโชว์บัตรเครดิต และบัตรที่นั่งให้เจ้าหน้าที่ดูค่ะ เราก็จะได้น้ำชื่นใจๆมากจิบเบาๆ โอ้ย!!มันดีต่อใจนะเนี่ย

จากดอนเมืองใช้เวลาถึงสนามบินดานังประมาณ 1.40 ชม.  เวลาของเมืองไทยกับที่เวียดนามเท่ากันทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากปรับเวลา สิ่งที่เรากังวลใจที่สุดของการไปเที่ยวครั้งนี้คือการเดินทางในประเทศเวียดนาม เนื่องจากพยายามหาข้อมูลว่าจากสนามบินดานังจะไปสถานที่ท่องเที่ยวมันไม่มีรถบัสเหมือนตอนที่เราไปเวียดนามใต้ กับเวียดนามเหนือ อย่างดีที่สุดถ้าคิดจะนั่งรถบัสคือต้องเดินเท้าจากสนามบินไปประมาณกิโลถึงจะเจอรถบัส จะนั่งแท๊กซี่ก็กลัวว่าจะโดนโกง หาข้อมูลไปมาจึงทราบมาว่าที่นั่นมี grab car กับ uber ให้เลือกใช้บริการ และเมื่อใช้บริการแล้วไม่โดนใครมาล้อมรถด้วย 555 ซึ่งก่อนไปเราก็ได้ถามเพื่อนที่เดินทางไปทำงานที่เวียดนามบ่อยๆ ว่า grab car ที่นั่นโอเคไหม เพื่อนแนะนำว่าให้ใช้เลยโหลดแอพจากเมืองไทยเตรียมไว้ได้เลย ความกังวลใจเรื่องการเดินทางจึงคลี่คลาย

สำหรับเรื่องการแลกเงินปกติเวลาไปเวียดนามเราจะแลกเงินดอลล่าแล้วไปแลกเป็นเงินด่องที่สนามบินเวียดนามเพราะได้รับคำแนะนำมาว่าจะได้เรทดีกว่า แต่ครั้งนี้อยากแลกเงินด่องจากเมืองไทยไปเลย อีกอย่างเราคิดว่าแลกไม่เยอะอาจไม่ได้เห็นผลต่างมากมาย แต่เราก็แลกเงินดอลล่าติดกระเป๋าไว้ด้วย

เมื่อไปถึงสนามบินเราจึงเหลือภารกิจเพียงอย่างเดียว คือ หาซื้อซิม แนะนำเลยนะคะสำหรับคนที่จะซื้อซิมเวียดนามถ้ามีเวลาลองเลือกถามเงื่อนไขหลายๆร้าน อย่าพุ่งตรงไปที่ร้านแรก(ลงบันไดเลื่อนมาก็เจอ) แล้วตัดสินใจเลือกร้านแรกทันที เพราะตอนแรกเราก็เกือบซื้อที่ร้านแล้วแต่พอดีเห็นกระเป๋าออกมาเลยรีบวิ่งไปรับกระเป๋าก่อน ก็เลยลองดูร้านอื่นด้วย ปรากฏว่าร้านอื่นถูกกว่าร้านแรกแบบ 7 วัน (unlimited) ราคา 8 USD แต่ร้านที่เรามาเลือกซื้อตอนหลัง 7 วัน ราคา 7 USD หรือถ้าจะจ่ายเป็นเงินด่องก็ราคา 150.000 VND เกือบไปแล้ว และเป็นราคาที่ปรับขึ้นมาด้วยเพราะก่อนไปหาข้อมูลมาราคาซิมมันถูกกว่านี้พนักงานขายบอกว่าราคามันปรับแล้ว ปรับจริง ปรับหรอกอันนี้ก็ไม่รู้แล้ว เมื่อซื้อปุ๊บให้พนักงานขายเปลี่ยนให้เลยนะคะ แล้วลองใช้ก่อนเลยว่าใช้ได้ไหม เพราะตอนแรกพอเราลองใช้มันใช้ไม่ได้ พนักงานจึงเซทค่าอะไรให้ใหม่ก็ไม่รู้

เอาหล่ะค่ะซิมก็ได้มาแล้วปฏิบัติการเรียก grab car ก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทุกอย่างเร็วจริงๆ คือตอนเรียกตัวยังอยู่ในอาคารสนามบิน แต่พี่ grab ก็มาถึงอย่างรวดเร็วจึงต้องรีบวิ่งๆออกมาดู พี่ grab คงหาเราไม่เจอจึงพิมพ์ข้อความผ่านแอพ grab มาหา ในแอพจะมีบอกราคาไว้ด้วยว่าราคาเท่าไหร่ หมดกังวลเรื่องของการโดนโกงแน่นอน แต่นอกจากราคาที่แสดงในแอพแล้ว เรายังต้องจ่าย 10.000 VND ซึ่งเป็นผ่านทางสนามบินของรถที่มารับเราค่ะ จริงๆเราก็ไม่รู้ว่าเราควรต้องเป็นคนจ่ายหรือรถที่เข้ามารับควรต้องเป็นคนจ่ายกันแน่ ตอนแรกเราก็ไม่ยอม แต่ท้ายที่สุดขาไปเขาก็ไม่คิดเขาบอกเล็กน้อย พอมานั่งคิดรู้สึกผิด ตอนขากลับจึงยอมจ่ายแต่โดยดี นี่เลยค่ะ หน้าตาของ APP ที่เรียกมันจะขึ้นแบบนี้ ซึ่งเราสามารถจะพิมพ์ข้อความหาคนขับผ่านทางแอพนี้ได้ด้วยค่ะ รถที่มารับเป็นรถส่วนตัวนะคะ ไม่ใช่แท๊กซี่ คนขับคนนี้ขับทั้ง grab และ uber และรับจองพวก one day trip ต่างๆด้วย พูดภาษาอังกฤษ ได้ดีมากๆ ให้คำแนะนำดี เราโชคดีที่ได้เจอ พอเขาไปส่งถึง bana hills จึงขอไลน์เพื่อนัดมารับตอนขากลับจาก bana hills ไปฮอยอัน ด้วยเสียเลย แต่เรียกครั้งนี้ไม่ได้ผ่าน grab แล้วค่ะ คุยและตกลงราคากันเองเลย แต่เขาจะเอาหน้าจอแอพให้ดูว่าถ้าเรียกผ่านแอพจะราคาเท่าไหร่ ถ้าไม่ผ่านจะราคาเท่าไหร่

grab car vitenam

และเราก็ออกเดินทางจากสนามบินดานังไป Bana hills ระยะทางประมาณ 40 กม. เราว่ามันก็ไม่ไกลนะแต่ใช้เวลาเกือบชั่วโมงถึงจะมาตรงทางขึ้น cable car ที่ใช้เวลานานก็เพราะเนื่องด้วยการจำกัดความเร็วของการวิ่งรถที่กฏหมายเขาระบุว่าไม่เกิน 60 กม./ชม. ซึ่งคนขับก็ขับอยู่ประมาณ 40-50 โอ้ย ใจมันจะขาด ถ้าเราไปขับนี่คงเผลอเหยียบจนโดนจับแน่ๆ

สำหรับ cable car ที่จะขึ้นไป Bana Hills นั้นมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็เป็นกระเช้าของนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้พักในโรงแรมเมอร์เคียว อีกส่วนคือให้เฉพาะลูกค้าของโรงแรมเมอร์เคียวใช้บริการเท่านั้น

เราจองที่พักมากจากเมืองไทยผ่าน Agoda ซึ่งจองกระชั้นชิดจึงได้ราคาที่ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เคยอ่านเจอในเน็ตบางคนจองได้พันกว่าบาท ส่วนของเราเบ็ดเสร็จแล้วจ่ายไป 3,306.07 บาท/คืน รวมอาหารเช้า เนื่องจากไปคนเดียวด้วย เลยต้องจ่ายคนเดียว ไม่มีใครมาช่วยหาร

เมื่อไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนการเข้าพัก และให้คูปองสำหรับขึ้นกระเช้า และเอกสารอะไรสักใบเพื่อที่เมื่อเราไปถึงบน Bana Hills แล้วก็นำไปแลกคีย์การ์ดสำหรับเข้าห้อง

พอถึงเวลาต้องขึ้น cable car ปรากฏเจ้าหน้าที่โรงแรมพาเราไปรวมกับ cable car ของนักท่องเที่ยวทั่วไปซึ่งต้องต่อคิว เซ็งเป็ด

สำหรับโรงแรมเมอร์เคียวนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยว Bana Hills นี่แหล่ะค่ะ อาคารของโรงแรมก็แนวเดียวกันกลมกลืนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เรียกว่าเปิดหน้าต่างมาก็เจอสถานที่เที่ยวอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ

นักท่องเที่ยวบางส่วนก็เลือกที่จะค้างคืนด้านบนหนึ่งคืน แต่บางส่วนก็ลงมาพักที่ตัวเมืองดานัง สำหรับเราก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ ถ้าอยากมีเวลาดื่มด่ำเยอะๆ และไม่ได้อยากรีบเกินไปค้างสักคืนก็ได้นะคะ

สำหรับราคาค่าใช้บริการ cable car ถ้าเราพักที่โรงแรม Mercure Danang French Village Bana Hills จะได้ราคา 400.000 vnd (ไป-กลับ) ราคานี้จ่ายแยกกับค่าที่พักนะคะ เจ้าหน้าที่จะเก็บตั๋วขึ้น cable car ไป ตอนลงก็ลงมาโดยไม่ต้องใช้ตั๋วอะไรค่ะ

ticket cable car bana hills

กระเช้าพาเราไต่ระดับมาเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เรารู้สึกว่าเป็นกระเช้าที่ยาวและนั่งนานมาก  ในข้อมูลของเวบ Banahills บอกว่า cable car นี้ มีระยะทางยาวถึง 5,801 เมตร จำได้ว่าตอนที่ขึ้นกระเช้าไป Fansipan ที่ซาปาระยะทางมันใกล้กว่านี้ พอไปถึงเราก็นำเอกสารยื่นให้พนักงาน ก็จะได้ keycard ห้องพักมาค่ะ และจะมีเจ้าหน้าที่พาเดินไปส่งถึงห้องพักเลย

cable car bana hills

Mercure Hotels Bana Hills

ถ่ายด้านหน้าโรงแรม Mercure Hotels Bana Hills French Village พร้อมคีย์การ์ดสำหรับเข้าห้องพักค่ะ หน้าตาห้องพักของโรงแรมเราเขียนรีวิวไว้คลิกที่นี่

Mercure Hotels Bana Hills Frenchvillage

Bana Hills (บาน่าฮิลล์) เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของเวียดนามกลาง มีอายุยาวนานเป็นร้อยปี ว่ากันว่าตั้งแต่เวียดนามยังเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส สถาปัตยกรรมที่เราเห็นจึงเหมือนเราอยู่ที่ฝรั่งเศสเลยค่ะ ไปดูบรรยากาศกันดีกว่า

บาน่าฮิลล์

คนเยอะแยะมากมาย นักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี ฝรั่ง และไทย แต่พอตกช่วงเย็นๆ คนก็หายหมดเหลือแต่คนที่พักด้านบนเท่านั้น อ่านรีวิวของ Bana Hills ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

Bana Hills

สำหรับมื้อเย็นของวันนี้เราหิ้วมาม่า กับกล้วยหอมมาจากเมืองไทย 5555 ไม่ได้ตั้งใจจะกินแทนข้าวหรอก แต่บางทีมันอยากมาม่าเลยถือติดมา แล้วมันก็อิ่มเลย ดีจังประหยัด

เมอร์เคียว

เมอร์เคียวดานัง

ยามค่ำบรรยากาศก็จะสงบมาก และก็ออกจะหลอนๆเล็กน้อย 555

Night Bana Hills

เดินเล่นยามค่ำจนเมื่อยก็ถึงเวลาพักผ่อนกายา บอกเลยว่านอนไม่หลับเพราะด้านบนนี้มีการก่อสร้างมากมายเสียงดังจนถึงห้าทุ่มก็ยังดัง และเสียงลากเก้าอี้ห้องด้านบนเกือบทั้งคืน ไม่รู้จะลากอะไรกันนักกันหนา ทำให้การนอนคืนนี้ที่คิดว่าน่าจะมีความสุขกลับไม่สุขเลย ตอนแรกกะว่าพรุ่งนี้เช้าจะลงไปเที่ยวที่ลานดอกไม้แต่ก็ไม่มีอารมณ์แล้วพอตื่นและกินข้าวเช้าเสร็จก็นัด grab car เจ้าเดิมมารับเลยค่ะ ใจตอนนั้นมันไปถึงฮอยอันแล้ว …ตามไปกินอาหารเช้ากันได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

breakfast mercure bana hills

 หลังจากเช็คเอ้าท์ เจ้าหน้าที่โรงแรมก็พามาส่งขึ้น cable car เพื่อลงไปยังด้านล่าง ครั้งนี้ได้ขึ้น cable car ของทางโรงแรมเนื่องจากยังเช้าอยู่ เราเลยได้มาคนเดียวเลย สบายๆ

cable car บาน่าฮิลล์

มาถึงด้านล่างทางเจ้าหน้าที่โรงแรมก็ถามว่าเราได้เรียกรถไว้แล้วหรือยัง บริการดีมาก นั่งรอรถสักพัก รถก็มาค่ะ นี่เลยค่ะหน้าตารถมาสด้า และเจ้าของ คนนี้ชอบเมืองไทยมาก มาเที่ยวเมืองไทย 3 ครั้งแล้วค่ะ ชอบพัทยามาก เล่าว่าครั้งหน้าจะมาอยู่พัทยายาวๆเลย  ดีใจนะเนี่ย

grab car danang

จากบาน่าฮิลล์ ไปฮอยอัน ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ค่ารถเขาคิด 500.000 VND คืองงอะทำไมถึงแพงมากขนาดนี้  ระหว่างทางคนขับถามว่าขากลับเราจะกลับอย่างไร กลับเมื่อไหร่ เราเลยจองรถขากลับกับเขาไว้เลย แต่จะเป็นพี่ชายของเขาที่มารับซึ่งจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เราเลยบอกว่าเดี๋ยวเราแจ้งเรื่องเวลาไปทางไลน์อีกครั้งว่าจะให้มารับกี่โมง

และแล้วเราก็มาถึงที่พัก เราเลือกพักที่นี่ Sun Set Hoian Hotel ตอนที่เลือกโรงแรมก็สับสนเล็กน้อยคือใจก็อยากไปนอนกลางทุ่งนา แต่การเดินทางมาเที่ยวในเมืองเก่าคงจะไม่สะดวกเพราะเราปั่นจักรยานไม่เป็น เฮ้อ!!ปมด้อยมาก ห้องพักที่นี่ราคาสองคืน 43.20 USD จองผ่าน Booking พร้อมอาหารเช้า ที่นี่ใกล้มากอยู่ในโซนตรง night market เดินข้ามสะพานไปนิดก็จะเจอกับสะพานญี่ปุ่น สะดวกมากๆ คือถ้าเรื่องของทำเลนี่ให้เต็ม 10 เพราะบางทีเราเดินๆเล่นอยู่ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำก็เดินกลับมาเข้าที่พักได้เลย โรงแรมนี้มีทางเข้าสองทางคือทางด้านหน้าที่เป็นโรงแรม กับเดินผ่านส่วนที่เป็นร้านอาหารซึ่งเป็นของโรงแรมเหมือนกัน ด้านในห้องพักก็ไม่สวยหรอก แต่เราคิดว่าเราไม่ค่อยได้อยู่ห้องขอเน้นใกล้ไว้ก่อน มีผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หมวกคลุมอาบน้ำ ยาสระผม ครีมนวด แต่ไม่มีสบู่อาบน้ำให้ซะอย่างนั้น

sun set hoian hotel
ภาพด้านในห้อง

sunset hotel

sun set hotel hoian

โรงแรมในฮอยอัน

มีระเบียงให้ออกไปชมวิวแต่วิวไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ แต่อากาศดีค่ะ เย็นๆ

sun set hotel hoian2

view sun set hoian

ออกไปชมวิวฮอยอันกันดีกว่า ที่พักของเราถูกแม่น้ำนี้กันกลางเดินข้ามแม่น้ำนี้ไปก็จะเจอกับสะพานญี่ปุ่นแล้ว ใกล้มาก

hoian2

เดินมาตรงหัวสะพานจะมีป้อมขายตั๋วสำหรับเข้าไปเที่ยวตามบ้านเก่า ถ้าเราไม่เข้าก็ไม่ต้องซื้อ สำหรับเราไม่ได้ซื้ออยากเดินเรื่อยเปื่อยมากกว่า ก็เลยเดินผ่านข้ามสะพานนี้ไปเลย แต่เราเห็นว่าบางคนเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ไปซื้อนะ คงจะเชื้อเชิญ

Ticket Hoian

เราชอบฮอยอันนะ ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ เดินแป๊บเดียวก็รอบแล้ว แต่เราก็เดินไปมาหลายรอบ ไม่เบื่อเลย อาจเพราะด้วยผู้คนที่เปลี่ยนเวียนมาให้เรามองด้วยความเพลิดเพลิน ท่ามกลางฉากหน้าหลังสีเหลืองที่แซมด้วยดอกไม้หลากสีที่ห้อยตัวลงมาจากหลังคา ความคล่องแคล่วของผู้คนที่ปั่นจักรยานไปตามตรอกซอกซอย ภาพชิวๆของผู้คนในร้านกาแฟที่นั่งทอดตามองสิ่งเดียวกับที่เรามอง มันสุขแบบช้าๆ เรื่องราวทั้งหมดของออยอัน คลิกที่นี่ 

Hoian Vitenam

ฮอยอัน มีร้านกาแฟเยอะมากแทบจะทุก block เลยก็ว่าได้ บางร้านก็เป็นยี่ห้อเดียวกันที่กระจายตัวกินพื้นที่ทั่วเมือง แม้แต่ในโซนตลาดสดก็ยังเจอร้านกาแฟชื่อดังไปตั้งอยู่แถวนั้น กาแฟเวียดนามรสชาติเข้มข้นจริงๆค่ะ  บางร้านก็มีที่นั่งให้ชมวิวด้านบน เป็นที่ชื่นชอบของนักจิบทั้งหลาย นอกจากร้านกาแฟก็มีร้านอาหารน่านั่งหลายร้านจนเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว

Faifoo cafe hoian

Roastry coffee

มี ‘น้ำดอกบัว’ ที่มาถึงฮอยอันอย่าลืมแวะชิมนะ ส่วนรสชาติเป็นเยี่ยงไร อ่านรีวิวน้ำดอกบัวแห่งฮอยอันได้ที่นี่

herbal drink

เดินไปเดินมาไปหาร้านสลัด Avocado ที่ข้อมูลในเน็ตบอกว่าอร่อยมาก เปิด google map พร้อมถามทาง ร้านนี้อยู่หลังสะพานญี่ปุ่นนี่เอง อ่านรีวิวร้าน Nu Eatery ได้ที่นี่

Salad Avocado

สำหรับคนงบน้อย ก็แนะนำให้เข้าตลาดเลยค่ะ ในตลาดนอกจากมีของสดมากมาย ก็ยังมีร้านขายของกิน น้ำปั่น กาแฟ มีที่ให้เรานั่ง แต่ต้องรีบกินรีบไปไม่เหมาะกับการนั่งชิว ไปดูบรรยากาศทั้งหมดของตลาดฮอยอัน คลิกที่นี่ 

Central Market

เราเน้นกิน Smoothie ก่อนไปตั้งใจจะไล่กินกาแฟ แต่ปรากฏว่าพอไปมันไม่อยากแฮะ อันนี้เป็นมะม่วงปั่น แก้วละ 20.000 vnd ในตลาดราคาก็จะน่ารักหน่อย ถ้านอกตลาดก็จะเป็นอีกราคา

smoothie hoianที่นี่ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก แต่พอดึกๆผู้คนจะโยกตัวจากเมืองเก่ามาอยู่ริมแม่น้ำเสียส่วนใหญ่ ริมแม่น้ำจะมีกิจกรรมนั่งเรือชมวิวระยะใกล้ๆ และลอยกระทงกระดาษ รวมทั้งอีกฝั่งของแม่น้ำก็คึกคักในบรรยากาศของตลาดกลางคืน (Night Market)

Night Hoian Danangสาวๆ มาเดินขายกระทงกระดาษกัน นอกจากสาวๆเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีคุณป้า คุณยายที่คอยมาเชื้อเชิญให้เราซื้อแล้วพูดคำว่า Lucky Lucky
hoian danang

ลอยกระทงที่ฮอยอัน

ไปเวียดนามสามครั้งสิ่งที่เห็นในทุกๆเวียดนาม ทั้งเหนือ กลาง ใต้ คือ คู่รักที่มาถ่าย pre-wedding ตามสถานที่ท่องเที่ยว ยิ่งที่ฮอยอันเยอะมาก คือเห็นตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ซ้ำคู่ น่าอิจฉาจริงๆpre wedding vitenam

ตลาดกลางคืน (Night Market) เป็นอีกจุดหมายที่อยากมาเดินมากกก เพราะอยากถ่ายรูปโคมไฟพวกนี้แหล่ะค่ะ ก่อนไปจินตนาการว่าตลอดแนวคงจะเรียงรายด้วยร้านจำหน่ายโคมไฟ แต่พอไปถึงจริงๆแล้วมันไม่เป็นแบบนั้น ร้านขายโคมไฟมีอยู่ไม่กี่ร้านเอง 555 สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เจอ แต่ก็ถ่ายรูปมาได้นะ แบบ medium shot หรือ close up

hoian night market

และคืนนี้เราก็ปิดท้ายมื้อค่ำด้วยการกินข้าวริมน้ำในราคาเบาๆ 20.000 vnd กับเมนูเกาเหลา อาหารขึ้นชื่อของฮอยอันเขาหล่ะ ใครไปต้องลองดูนะคะ เส้นหนึบๆ ใส่ผักอะไรก็ไม่รู้ใบเล็กๆ รสชาติออกฉุนๆ อร่อยดีค่ะ  จริงๆเขาขาย 30.000 vnd แต่เราไม่ใส่หมูคนขายก็ใจดีมาก ลดราคาให้ตั้ง 10.000 vnd

night market hoian vitenam

Cao Lau Hoian

กินเสร็จเดินเล่นสักพักก็กลับที่พักดีกว่า เราใช้เวลาอยู่ที่ฮอยอัน 2 คืน โดยที่ไม่ได้ซื้อ one day trip ออกไปไหนเลย  แต่ครั้งหน้าตั้งใจว่าจะกลับไปที่นี่อีก และจะใช้ทุกนาทีให้คุ้ม ฮอยอันน่าเที่ยวจริงๆนะ

อ่านจบแล้วตีตั๋ว หรือจองทัวร์ไปฮอยอันกันดีไหม? สะดวกไปเองก็ทำแผนเลยจ้า ขี้เกียจต้องทำอะไรก็ซื้อทัวร์ไปเลยสบายจะตาย

paitamnam

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. อัตราแลกเปลี่ยนเงินด่อง ณ วันที่ 2 เม.ย.61 superrich สีเขียว  2.170.000 * 0.00138 = 2,994.60 บาท
  2. สามารถหาซื้อซิมเวียดนามได้ที่สนามบิน ถ้ามีเวลาลองเดินเลือกหลายๆร้าน หรือถ้ามีเวลาน้อยแนะนำอย่าเลือกร้านแรกๆเพราะราคาแพงกว่า

ค่าใช้จ่าย (เดินทางคนเดียว)

  1. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าธรรมเนียม = 2,360 บ.
  2. ที่พักโรงแรมเมอร์เคียว บาน่าฮิลล์ = 3,306.07 บ./คืน
  3. โรงแรม Sun Set hotel = 43.20 USD/ 2 คืน (1,383.5 บ.)
  4. Hostel ที่ดอนเมือง = 330 บ./ คืน
  5. ประกันการเดินทางของไทยวิวัฒน์ = 181 บ./4 วัน
  6. ซิมเวียดนาม = 150.000 vnd / วัน (225 บ.)
  7. Cable Car = 400.000 vnd / ไปกลับ (600 บ.)
  8. grab car จากสนามบิน-Bana Hills = 287.000 vnd (430.5 บ.)
  9. สมูทตี้ Avocado ที่ Bana Hills = 60.000 vnd (90 บ.)
  10. รถจาก Bana Hills-Hoian = 500.000 vnd (750 บ.)
  11. Fresh Roll ในตลาดฮอยอัน = 40.000 vnd/ 4 อัน (60 บ.)
  12. น้ำดอกบัว = 10.000 vnd ( 15 บ.)
  13. น้ำมะม่วงในตลาดฮอยอัน = 20.000 vnd (30 บ.)
  14. สลัด Avocado = 75.000 vnd (112.5 บ.)
  15. ไอศกรีม = 19.000 vnd (28.5 บ.)
  16. มะม่วงหั่นใส่แก้ว = 20.000 vnd (30 บ.)
  17. Avocado ปั่นในตลาด = 30.000 vnd (45 บ.)
  18. ขนุนในตลาด = 20.000 vnd (30 บ.)
  19. เกาเหลาในตลาด = 20.000 vnd (30 บ.)
  20. กาแฟในตลาด = 20.000 vnd (30 บ.)
  21. มันปิ้ง = 10.000 vnd / 2 ชิ้น ( 15 บ.)
  22. มะม่วงปั่นในตลาด = 20.000 vnd (30 บ.)
  23. เกาเหลาริมน้ำ = 20.000 vnd (ลดจาก 30.000 vnd) (30 บ.)
  24. รถจาก hoian-สนามบินดานัง 250.000 + ค่าเข้าสนามบิน 10.000 = 260.000 vnd (390 บ.)
  25. อื่นๆ 400 บ.

    รวม 10,932.07 บ.

 

‘ อย่าเริ่มออกเดินทาง ในวันที่คุณกำลังจะหมดแรง ‘

ออกเดินทาง

– ไ ป ต า ม น้ำ –

8 Comments

    • paitamnam

      ขอบคุณนะคะที่ติดตามค่ะ มีโอกาสแวะไปเที่ยวนะคะ

  • ีAnnie

    สวยมาก เรากำลังจะไปเที่ยวคนเดียว ได้โพสนี้เป็นแรงบันดาลใจค่ะ คนเดียวก็เที่ยวได้

    • paitamnam

      ขอบคุณมากค่ะขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ เก็บภาพสวยๆมาฝากบ้างค่ะ

  • Pap

    พี่ค้ะ อยากสอบถามว่าเอกสารในการเช็คอินนี่คือเราเอา ข้อมูลการจองจากมือถือให้ดูเลยได้ไหมก่อนเช็คอิน พอดีกำลังจะไปเวียดนามครั้งแรกจ้า?

    • paitamnam

      จากมือถือก็ได้ แต่ถ้าปริ้นท์ไปจะสบายใจกว่านะคะ เราไม่รู้ว่ามือถือเราจะแฮ้งค์เมื่อไหร่ เสียเมื่อไหร่

  • Bo Blur

    รบกวนสอบถามค่ะ grab นี่เราใช้แอฟเดียวกันกับที่ไทยหรือเปล่าคะ หรือต้องโหลดแอพของ grab เวียดนาม คะ
    ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *